Classic Elegance Avantgarde

                          สวัสดีครับ แฟนเพจ Benz Motor Mall ทุกๆคน สำหรับคนใช้เบนซ์ 3 คำที่จะต้องเจอในการเลือกซื้อรถเบนซ์ คือ Classic Elegance Avantguarde หลายคนสงสัยว่า 3 รุ่นนี้ แตกต่างกันอย่างไร และทำไมราคาถึงต่างกันหลายแสนบาท

                         ในรถเบนซ์ที่ผลิตในไทยแต่ละรุ่นนั้น จะมีการ แยกย่อยออกมาอีกเป็น 3 look ที่แตกต่างกัน มาเริ่มกันที่  Avantgarde กันเลยดีวก่าครับ ตามศัพท์แล้ว Avantgarde ก็หมายถึงแนวทางใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้น องค์ประกอบต่างๆของรุ่น  Avantgarde  จะเน้นความนำสมัย ถ้าเราดูที่ C Class w204 ภายนอกดูเผินๆ จะเหมือนกัน แต่ที่จริงแล้วแตกต่างกันอยู่หลายจุด เช่น  ล้อแม็กอัลลอยคนละลาย  ไฟหน้าและไฟท้ายก็แตกต่างกัน ในรุ่น Avantgarde  มีไฟท้าย LED มีคิ้วโครเมียมรอบสปอตไลท์ กระจกเป็นสีฟ้าตัดแสง ภายในลายไม้เป็นอลูลิเนียร์ คือเป็นสีอลูมิเนียมมี texture เป็นเส้นๆ ดูนำสมัยมากๆ ทำให้ลืมภาพรถเบนซ์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ไปเลย และยังมีเบาะหนังแท้ ในด้านสมรรถนะ Avantgarde จะมีสปริงที่ต่างจากรุ่นอื่น ทำให้ช่วงล่างมีความเกาะถนนมากกว่า และมีผลพลอยได้คือทำให้รถเตี้ยกว่ารุ่นอื่นประมาณ 1 cm สำหรับ Elegance ส่วนประกอบต่างๆจะสื่อถึงความหรูหรา ภายนอกยังคงมีคิ้วโครเมียมรอบคัน แต่กระจกเป็นสีเขียว ภายในเป็นลายไม้หรูหรา ในด้านสมรรถนะนั้นจะนิ่มนวลกว่าเพราะใช้สปริงคนละตัว สำหรับแสตนดาร์ดนั้นจะไม่มีคิ้วโครเมียม มือจับสีดำ พวงมาลัยสีดำ และไม่มีลายไม้ เป็นสีดำสนิท หนังที่ใช้เป็นหนังเทียม หลังจากที่เห็นความแตกต่างของ 3 รุ่นแล้ว ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่า รุ่นที่แพงที่สุด คือ  Avantgarde  จะเป็นรุ่นที่ดีที่สุดเสมอไปนะครับ เพราะด้วยความที่ช่วงล่างยึดเกาะถนนมากกว่านั้น ก็ทำให้กระด้างกว่า ซึ่งหลายๆคนไม่ชอบ ดังนั้น จึงอยากให้เลือกตามความชอบของผู้ใช้มากกว่านะครับ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ  

Mr.Legacy

รู้ได้ยังไง ว่าไมล์แท้ หรือ ถอยไมล์

สิ่งหนึ่งเลยที่คนในวงการรถทุกคนจะทราบกันเป็นอย่างดีว่าทำได้ แต่ผู้ใช้รถหลายๆคนกลับไม่เคยคิดว่า ทำอย่างงี้ได้ด้วยหรอ นั่นก็คือการถอยไมล์ สำหรับคนที่ไม่เคยรู้มาก่อน ผมขอบอกไว้เลยนะครับว่าการถอยไมล์ หรือ กรอไมล์ หรือ ปรับไมล์  นั้นเป็นเรื่องที่ทำกันอย่างแพร่หลายมากๆ และทำได้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เพราะฉะนั้นแล้ว รถมือสองที่เราเห็นลงขายกันอยู่ทั่วไปนั้น หลายๆคันก็ผ่านการปรับไมล์มาแล้ว อาจจะมาก หรือ อาจจะน้อย ก็ขึ้นอยู่กับสภาพรถ และวิจารณญานของเต๊นท์ผู้ขายด้วย

แล้วทีนี้หลายๆคนก็จะเกิดคำถามว่า แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าคันไหนไมล์แท้ คันไหนถอยไมล์ ในเมื่อการถอยไมล์เป็นเรื่องปกติ วิธีดูก็ต้องใช้หลายวิธีประกอบกันครับ เริ่มต้นเราก็ต้องดูที่สภาพรถว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีเลขไมล์เท่านั้นหรือเปล่า ผมเคยเห็นรถบางคันมีเลขไมล์ 3หมื่นกว่ากิโล แต่สภาพเน่ามาก อันนี้ก็ไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับ ต่อมาเราก็มาดูหลักฐานทางเอกสารกันบ้าง นั่นก็คือ Book Service เราควรเปรียบเทียบว่า หลังจากการเข้าเช็คตรวจสภาพครั้งสุดท้าย มีเลขไมล์เท่าไหร่ เมื่อเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เลขไมล์เท่าไหร่ มีความเป็นไปได้มากแค่ไหน เปรียบเทียบกับจำนวนกิโลเมตรที่วิ่งระหว่างรอบการเช็คครั้งก่อนๆ บางทีเจ้าของเก่าเอารถไปเข้าศูนย์ แต่ไม่ได้ลงไว้ใน Book Service เราก็ควรโทรเช็คประวัติให้ดี

ดังนั้น รถที่ไม่มี Book Service ให้เราเช็คประวัติได้ เราก็ไม่ควรจะซื้อเลยครับ นอกจากเราไม่สามารถเช็คเลขไมล์ที่แท้จริงแล้ว รถที่ซ่อมอู่นอกมาโดยตลอดมีความเป็นไปได้มากว่าที่สภาพจะไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ทั้งในเรื่องการซ่อมบำรุง และอะไหล่ อย่างที่เคยเล่าให้ฟังไปแล้วในเรื่อง “อู่นอกกับศูนย์เบนซ์ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” ถ้าใครสงสัยก็กลับไปติดตามอ่านกันได้นะครับ ถ้าใครมีคำถามสงสัยเรื่องอื่น ก็โพสท์เข้ามาคุยกันได้ครับที่ www.facebook.com/BenzMotorMall ไว้พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

Mr.Legacy

 

SUPERCHARGER VS TURBOCHARGER

 

สวัสดีครับแฟนเพจเบนซ์ มอเตอร์ มอลล์ ทุกๆคน ผมว่ามนุษย์เราก็เก่งจริงๆที่สามารถทำให้เครื่องยนต์มีกำลังเพิ่มขึ้นได้โดยไม่ต้องมีกระบอกสูบใหญ่ขึ้นหรือเพิ่มขึ้น โดยการอัดอากาศหรือเพิ่มปริมาณอากาศเข้า ไปในห้องเผาไหม้ในปริมาณที่มากกว่าปกติ สิ่งที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่นี้ก็คือ  Supercharger และ Turbocharger ครับ สองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไรน่ะหรือครับ

มาเริ่มที่ Supercharger กันก่อน จริงๆ Supercharger มีชื่อเรียกอีกชื่อที่แฟนๆของรถเบนซ์จะร้องอ๋อกันก็คือ Compressor  หรือ Kompressor นั่นเองครับ อย่างที่เรามักจะเคยได้ยินกันว่า E 200 Kompressor ก็คือ Supercharger ตัวนี้นี่เอง หลักการทำงานของ Supercharger นั้นใช้สายพานต่อจากเครื่องยนต์ มาหมุนมู่เล่ของ Supercharger และSupercharger  ก็จะอัดอากาศเข้าไปในห้องเผาไหม้ เพราะฉะนั้นการปั่นอัดอากาศจะเริ่มตั้งแต่สตาร์ทเครื่องยนต์ จึงได้แรงบิดที่มหาศาลในในรอบต้นนั่นเองครับ ส่วน Turbocharger นั้น จะทำงานโดยการใช้แรงดันของไอเสียที่ออกจากห้องเผาไหม้มาปั่นใบพัดของ Turbocharger ด้านฝั่งไอเสียที่มีแกนเชื่อมต่ออยู่กับใบพัดของ Turbochargerด้านฝั่งไอดีที่ทำหน้าที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ แต่แรงอัดที่ได้จากเทอโบนั้นจะได้จากรอบกลางเนื่องจากต้องเอาไอเสียมาปั่น ดังนั้น Turbocharger  จะตอบสนองช้ากว่า Supercharger ซึ่งจะตอบสนองทันทีเมื่อเหยียบคันเร่งครับ

วันนี้ขอฝากไว้เท่านี้ สัปดาห์หน้าเจอกันใหม่นะครับ

Mr.Legacy

อู่นอกกับศูนย์เบนซ์…เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย

พูดถึงเรื่องซ่อมรถแล้ว คนใช้รถ อาจชอบใช้บริการอู่นอก คืออู่ที่ไม่ใช่ศูนย์เบนซ์ เพราะหลายๆคนอาจคิดว่าถูกดี ต่อราคาได้ คิดว่าไม่ฟัน แต่หารู้ไม่ว่า กรณีนี้อาจเข้าตำราเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย

คนใช้เบนซ์หลายคนคงจะทราบว่าเทคโนโลยีรถเบนซ์ในยุคหลังๆ มีความซับซ้อนมากกว่ารถสมัยก่อนมาก ไฟขาดดวงเดียวก็จะขึ้นสัญลักษณ์โชว์ที่หน้าจอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีเทคโนโลยีเช่น Distronic brake ที่มีตัวจับสัญญานสิ่งที่ขวาง พอเทคโนโลยีซับซ้อนมากขึ้นแบบนี้ก็ยากแล้วครับที่ช่างในอู่ทั่วๆไปจะซ่อมแซมและบำรุงรักษาได้ ทำให้เกิดปัญหาที่ตามมาบ่อยมากคือซ่อมไม่จบ และมีอย่างอื่นที่พังตามมา เพราะหลายๆครั้งใช้วิธีแบบเดาสุ่ม ไม่มีความรู้จริง บางอย่างเสียแต่ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง ทำให้ส่วนอื่นๆเสียแบบไฟลามทุ่งเพราะไม่รู้จักการตัดไฟแต่ต้นลม สิ่งที่แย่กว่านั้นก็คือบางครั้งช่างก็แอบสับอะไหล่ออก เอาอะไหล่ไม่ดีใส่ให้เพื่อให้กลับมาเปลี่ยนกับเค้าอีก ซ่อมไม่จบก็เรียกร้องอะไรไม่ได้เลย  ดังนั้นด้วยราคาที่คิดว่าถูกกว่า ที่จริงอาจมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าตามมาเบื้องหลัง

ทีนี้มาดูศูนย์เบนซ์ที่หลายๆคนขยาดคิดว่าแพง  แต่ทราบไหมครับว่าช่างศูนย์เบนซ์นั้นไม่ใช่เอาช่างไก่กามาจากที่ไหนนะครับ เขารับเด็กที่จบปวชแล้วเอามาเข้าหลักสุตรเทรนนิ่งหลายปี จากเครื่องรุ่นเก่าถึงรุ่นใหม่ ทำให้วิเคราะห์ปัญหาได้ถูก มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางรถเบนซ์ เพราะได้รับการอบรมข้อผิดพลาดหลังจากรถคันนั้นผลิตออกมาขายทำให้รู้วิธีที่ถูกต้อง แถมยังมีการรับประกันอะไหล่  ถ้าซ่อมไม่จบก็เรียกร้องได้ ความปลอดภัยของชีวิต ความสบายใจ เงินมากแค่ไหนก็ซื้อไม่ได้หรอกครับ แถมรถมีประวัติราคาขายก็ดีกว่า ยังไม่นับถึงการบริการที่ดีกว่าและความสะดวกสบายที่จะได้รับ

ขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะครับว่าที่ผมเขียนเชียร์ขนาดนี้ ไม่ได้รับใต้โต๊ะจากศูนย่เบนซ์ไหนเป็นพิเศษนะครับ ฮ่าๆ แต่เพราะมีคนที่เจ็บช้ำจากการซ่อมอู่นอกมาปรึกษามากเหลือเกินครับ ทำให้ผมเสียดายแทนทุกคนจริงๆ ที่ผมเสียดายมากที่สุดคือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของช่าง เงินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อชีวิตหรือความปลอดภัยได้หรอกครับ

หลายๆคนอาจยังเถียงในใจว่า แพง แต่ผมก็มีทางออกให้ครับ เดี๋ยวนี้มีโชว์รูมเบนซ์มือสอง ที่เป็นที่ปรึกษาการซ่อมบำรุงให้ โดยเค้าจะช่วยสกรีนอีกที ว่าชิ้นไหนต้องซ่อมไม่ต้องซ่อม ชิ้นไหนต้องเปลี่ยน  แถมยังมีส่วนลดในศูนย์ให้อีกด้วย

ยังไงผมก็ขอฝากไว้นะครับว่า อย่าเข้าตำรา เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย อย่างที่โบราณว่าไว้เลยนะครับ ถ้ามีคำถามอะไรก็คุยกันได้นะครับที่ www.facebook.com/BenzMotorMall แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้านะครับ

Mr. Legacy

 

ทำไมเวลาดูรถ ถึงต้องเคาะ ป๊อกๆๆๆ…

ทุกคนเคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมเวลาคนพยายามจะพิสูจน์ว่ารถคันนั้นเคยชนมาก่อนหรือไม่ ต้องเดินวนรอบๆรถ และใช้นิ้วเคาะ ป๊อกๆๆ ไปตามส่วนต่างๆของรถ วิธีนี้ใช้เพื่อฟังเสียงว่าสีที่พ่นอยู่บนตัวถังนั้นมีความหนาหรือบาง แต่วิธีนี้นั้น ไม่สามารถใช้กับรถรุ่นๆใหม่ๆได้เลย เป็นเพราะอะไรนั้น ขอให้ผมเล่าเรื่องวัสดุที่ใช้ทำรถยนต์ดีกว่าครับ

ในสมัยก่อนนั้น โครงสร้างตัวถังรถทำจากเหล็ก ที่มีความแข็ง และมีน้ำหนักมาก เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ช่างก็จะใช้ไฟเป่าให้เหล็กอ่อน ใช้ค้อนเคาะให้เข้ารูปใกล้เคียงเดิมแล้วใช้สีโป๊วเก็บรอย และทำสีทับอีกที  เพราะฉะนั้นรถที่เคยชนมา แน่นอนว่าสีก็จะหนากว่า เมื่อเคาะฟังเสียงดู ก็จะมีความแตกต่างกับรถที่ไม่เคยชนมาก่อน

เมื่อเวลาผ่านไปและเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น ค่ายรถยนต์ต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้อลูมิเนียมทำเป็นตัวถังรถ ซึ่งมีคุณสมบัติเหนือกว่าเหล็กหลายอย่างเลยครับ เช่น สามารถลดน้ำหนักได้มหาศาล มีความนิ่มกว่าเหล็ก เมื่อเกิดอุบัติเหตุตัวถึงจะรับน้ำหนักจากการชนจนบุบบู้บี้ ทำให้คนเจ็บน้อยลง ผู้ผลิตรถยนต์จึงหันมาให้อลูมิเนียมทำเป็นตัวถัง นอกจากบางส่วนที่ไม่มีรอยต่อต้องใช้เหล็กเพื่อให้สามารถซ่อมแซมได้ แต่อลูมิเนียมไม่เหมือนเหล็กตรงที่ไม่สามารถใช้ไฟเป่าแล้วเคาะพ่นสีได้ ต้องเปลี่ยนอย่างเดียวครับ โดยสามารถถอดเปลี่ยนเป็นชิ้นๆ  เพราะฉะนั้นแล้ว ดูชนไม่ชนต้องดูรอยต่อ น็อต ตะเข็บ ว่ามีรอยถอดหรือไม่ แต่บางที่ก็ถอดแล้วก็พ่นทับได้ เพราะฉะนั้นต้องดูเม็ดสีที่พ่น ว่าเหมือนเม็ดสีที่ออกมาจากโรงงานหรือไม่ แต่ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ ในการดูรถมากครับ กว่าจะสามารถแยกแยะได้ขาด

แต่เดี๋ยวนี้มีวิธีที่เฉียบขาดกว่านั้นครับ ไม่ต้องอาศัยประสบการณ์ หรือมนุษย์ ที่สามารถผิดพลาดได้ตามวิสัย มีบริษัทที่เขาใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบ เช่น การใช้เลเซอร์แสกนที่แชสซี หรือตัวถัง เพื่อดูว่าอยู่ในเสปกที่ออกมาจากโรงงานหรือไม่ โดยเขาวัดกันเป็นมิลลิเมตรเลยทีเดียวครับ บริษัทที่รับตรวจสอบโดยใช้นวัตกรรมนี้เจ้าแรกในประเทศก็คือบริษัท L Testcar

ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ ถ้าคิดจะซื้อรถมือสองซักคัน ซื้อกับโชว์รูมที่ได้มาตรฐานที่เป็นพันธมิตรกับ L Testcar ที่เค้าออกใบรับรองให้รถทุกๆคัน แค่นี้ก็สบายใจได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาเคาะรถป๊อกๆๆๆ หรือพึ่งพาช่างที่ไม่รู้ว่าจะไว้ใจได้แค่ไหนแล้วล่ะครับ

Mr. Legacy

 

ใครว่ารถเครื่องใหญ่ กินน้ำมันกว่ารถเครื่องเล็ก!

ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่อยู่คู่กับวงการรถยนต์มานานแสนนานพอๆกับ การเริ่มใช้เครื่องยนต์ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าความเชื่อนี้ ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป!!!!

ในรุ่นเดียวกัน รถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า เช่น E 240 2600 CC กับ E 200 Kompressor  1800 CC ใน 2 รุ่นนี้ ผมได้เคยทดสอบอย่างจริงจังโดยการขับรถในระยะทางไกล และความเร็วปานกลางถึงสูง ติดต่อกันเป็นเวลา  1 สัปดาห์ และหาค่าเฉลี่ยในการเติมน้ำมันออกมา กลับพบว่า ค่าน้ำมันของ  E 240 2600 CC กลับถูกกว่า E 200 Kompressor  ถึง 15% เลยทีเดียว ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น !!!!

ผลการวิจัยจากหลายสถาบันในต่างประเทศ ได้พบว่า หากเราขับรถด้วยความเร็วปานกลางถึงสูง (100-150 km/hr) รอบเครื่องยนต์ของรถเครื่องใหญ่ เช่นเครื่อง V6 ขนาด 2500 CC ขึ้นไป จะใช้รอบเครื่องที่ประมาณ 3000-5000 รอบต่อนาที แต่รถที่มีเครื่องยนต์เล็กขนาดประมาณ 2000 CC ในความเร็วเท่ากันกลับใช้รอบเครื่องประมาณ 4500-6000 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นผลทำให้เครื่องยนต์ต้องจ่ายน้ำมันมากกว่าและเกิดความร้อนสะสมมากขึ้นในเกียร์และเครื่องยนต์ ทำให้นอกจากจะกินน้ำมันมากกว่าเครื่องใหญ่แล้ว ยังเกิดเสียงเครื่องที่ดังรบกวนมากกว่า และเกิดความสึกหรอของเครื่องยนต์และเกียร์มากกว่าอีกด้วย

ดังนั้น ถ้าคุณใช้รถยนต์ในระยะทางที่สั้น และขับด้วยความเร็วต่ำ เช่นการใช้งานในเมืองที่มีการจราจรติดขัด คุณก็ควรที่จะเลือกรถที่มีเครื่องเล็ก แต่ถ้าคุณมักจะใช้รถในระยะทางไกล และขับด้วยความเร็วสูง เช่นขับบนทางด่วนยาวๆ หรือไปต่างจังหวัด  รถเครื่องใหญ่จะสามารถช่วยคุณประหยัดน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงได้อย่างแน่นอน

ทุกคนคงเห็นแล้วใช่มั้ยครับ ว่าเครื่องเล็กไม่ได้ประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องใหญ่เสมอไป ดังนั้นคุณควรที่จะเลือกขนาด และชนิดของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ จะเป็นการดีที่สุดครับ

หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรถเบนซ์ หรือความคิดเห็นใดๆ ก็เข้ามาคุยกันได้นะครับ ที่ www.facebook.com/BenzMotorMall

แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้านะครับ

Mr.Legacy