ทำไมเวลาดูรถ ถึงต้องเคาะ ป๊อกๆๆๆ…

ทุกคนเคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมเวลาคนพยายามจะพิสูจน์ว่ารถคันนั้นเคยชนมาก่อนหรือไม่ ต้องเดินวนรอบๆรถ และใช้นิ้วเคาะ ป๊อกๆๆ ไปตามส่วนต่างๆของรถ วิธีนี้ใช้เพื่อฟังเสียงว่าสีที่พ่นอยู่บนตัวถังนั้นมีความหนาหรือบาง แต่วิธีนี้นั้น ไม่สามารถใช้กับรถรุ่นๆใหม่ๆได้เลย เป็นเพราะอะไรนั้น ขอให้ผมเล่าเรื่องวัสดุที่ใช้ทำรถยนต์ดีกว่าครับ

ในสมัยก่อนนั้น โครงสร้างตัวถังรถทำจากเหล็ก ที่มีความแข็ง และมีน้ำหนักมาก เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ช่างก็จะใช้ไฟเป่าให้เหล็กอ่อน ใช้ค้อนเคาะให้เข้ารูปใกล้เคียงเดิมแล้วใช้สีโป๊วเก็บรอย และทำสีทับอีกที  เพราะฉะนั้นรถที่เคยชนมา แน่นอนว่าสีก็จะหนากว่า เมื่อเคาะฟังเสียงดู ก็จะมีความแตกต่างกับรถที่ไม่เคยชนมาก่อน

เมื่อเวลาผ่านไปและเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น ค่ายรถยนต์ต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้อลูมิเนียมทำเป็นตัวถังรถ ซึ่งมีคุณสมบัติเหนือกว่าเหล็กหลายอย่างเลยครับ เช่น สามารถลดน้ำหนักได้มหาศาล มีความนิ่มกว่าเหล็ก เมื่อเกิดอุบัติเหตุตัวถึงจะรับน้ำหนักจากการชนจนบุบบู้บี้ ทำให้คนเจ็บน้อยลง ผู้ผลิตรถยนต์จึงหันมาให้อลูมิเนียมทำเป็นตัวถัง นอกจากบางส่วนที่ไม่มีรอยต่อต้องใช้เหล็กเพื่อให้สามารถซ่อมแซมได้ แต่อลูมิเนียมไม่เหมือนเหล็กตรงที่ไม่สามารถใช้ไฟเป่าแล้วเคาะพ่นสีได้ ต้องเปลี่ยนอย่างเดียวครับ โดยสามารถถอดเปลี่ยนเป็นชิ้นๆ  เพราะฉะนั้นแล้ว ดูชนไม่ชนต้องดูรอยต่อ น็อต ตะเข็บ ว่ามีรอยถอดหรือไม่ แต่บางที่ก็ถอดแล้วก็พ่นทับได้ เพราะฉะนั้นต้องดูเม็ดสีที่พ่น ว่าเหมือนเม็ดสีที่ออกมาจากโรงงานหรือไม่ แต่ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ ในการดูรถมากครับ กว่าจะสามารถแยกแยะได้ขาด

แต่เดี๋ยวนี้มีวิธีที่เฉียบขาดกว่านั้นครับ ไม่ต้องอาศัยประสบการณ์ หรือมนุษย์ ที่สามารถผิดพลาดได้ตามวิสัย มีบริษัทที่เขาใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบ เช่น การใช้เลเซอร์แสกนที่แชสซี หรือตัวถัง เพื่อดูว่าอยู่ในเสปกที่ออกมาจากโรงงานหรือไม่ โดยเขาวัดกันเป็นมิลลิเมตรเลยทีเดียวครับ บริษัทที่รับตรวจสอบโดยใช้นวัตกรรมนี้เจ้าแรกในประเทศก็คือบริษัท L Testcar

ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ ถ้าคิดจะซื้อรถมือสองซักคัน ซื้อกับโชว์รูมที่ได้มาตรฐานที่เป็นพันธมิตรกับ L Testcar ที่เค้าออกใบรับรองให้รถทุกๆคัน แค่นี้ก็สบายใจได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาเคาะรถป๊อกๆๆๆ หรือพึ่งพาช่างที่ไม่รู้ว่าจะไว้ใจได้แค่ไหนแล้วล่ะครับ

Mr. Legacy

 

Leave a Reply